นัดปรึกษา

ประกันชีวิต-สุขภาพ ลดหย่อนภาษี ปี 2569

เบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพลดหย่อนภาษีได้ตามเพดานที่กรมสรรพากรกำหนดในแต่ละปี บทความนี้อธิบายหลักการคำนวณสิทธิ์และข้อควรระวัง โดยไม่ระบุตัวเลขเพดานตายตัว เพราะอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบปีปัจจุบันก่อนวางแผน

การใช้เบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพเป็นค่าลดหย่อนภาษี เป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนเริ่มทำประกันควบคู่กับการวางแผนความคุ้มครอง แต่หลักเกณฑ์และเพดานลดหย่อนมีรายละเอียดที่ควรเข้าใจให้ถูกต้องก่อน เพื่อไม่ให้ซื้อประกันเกินความจำเป็นเพียงเพื่อหวังผลทางภาษี

หลักการเบื้องต้น

เบี้ยประกันที่นำมาลดหย่อนภาษีได้แบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ ตามประเภทกรมธรรม์

เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด จึงจะนำเบี้ยมาลดหย่อนได้ ส่วนกรมธรรม์ระยะสั้นกว่านั้น หรือแบบที่ไม่เข้าเงื่อนไข อาจไม่ได้รับสิทธิ์นี้

เบี้ยประกันสุขภาพ เป็นอีกวงเงินหนึ่งแยกต่างหากจากประกันชีวิต ครอบคลุมทั้งกรมธรรม์ประกันสุขภาพเดี่ยว และสัญญาเพิ่มเติมด้านสุขภาพที่แนบกับกรมธรรม์หลัก

เบี้ยประกันบำนาญ เป็นอีกกลุ่มที่มีวงเงินและเงื่อนไขลดหย่อนแยกออกไปอีกชุดหนึ่ง มักคำนวณเป็นสัดส่วนของรายได้ ควบคู่กับเงื่อนไขเรื่องอายุกรมธรรม์และอายุที่รับเงินบำนาญ

สิ่งสำคัญคือ เมื่อรวมเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปและประกันสุขภาพเข้าด้วยกัน จะมีเพดานรวมสูงสุดตามประกาศของกรมสรรพากรในแต่ละปีภาษี ซึ่งตัวเลขเพดานที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายภาษีแต่ละปี บทความนี้จึงตั้งใจไม่ระบุตัวเลขบาทที่ตายตัว เพื่อไม่ให้ผู้อ่านนำตัวเลขเก่าไปใช้อ้างอิงผิดปี ควรตรวจสอบเพดานลดหย่อนของปีภาษีปัจจุบันจากประกาศกรมสรรพากรโดยตรง หรือสอบถามตัวแทนก่อนวางแผน

วิธีคำนวณสิทธิ์ที่เหลือแบบคร่าว ๆ

แนวทางทั่วไปในการตรวจสอบว่ายังมีสิทธิ์ลดหย่อนเหลือเท่าไหร่ ทำได้ตามขั้นตอนนี้

  1. รวมเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปที่จ่ายไปแล้วในปีภาษีนั้น (เฉพาะกรมธรรม์ที่เข้าเงื่อนไข)
  2. รวมเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายไปแล้วแยกต่างหาก
  3. เทียบยอดรวมทั้งสองรายการกับเพดานรวมของปีภาษีปัจจุบัน
  4. ตรวจสอบด้วยว่าใช้สิทธิ์ลดหย่อนกลุ่มอื่นที่เกี่ยวข้องไปแล้วเท่าไหร่ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือประกันบำนาญ เพราะบางเพดานคำนวณรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่

ขั้นตอนนี้ช่วยให้เห็นภาพว่ายังมีช่องว่างให้วางแผนเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้อกรมธรรม์เพิ่มเพียงเพื่อหวังผลลดหย่อน

ข้อควรระวัง

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ อย่าซื้อประกันเพิ่มเพียงเพราะอยากใช้สิทธิ์ลดหย่อนให้เต็มเพดาน โดยไม่ดูว่าตัวเองต้องการความคุ้มครองจริงหรือไม่ และมีภาระเบี้ยที่จ่ายไหวในระยะยาวหรือเปล่า เพราะประกันชีวิตเป็นสัญญาระยะยาว หากผิดนัดชำระเบี้ยกลางคันอาจเสียประโยชน์มากกว่าผลประหยัดภาษีที่ได้รับในปีแรก

นอกจากนี้ การใช้สิทธิ์ลดหย่อนต้องมีหลักฐานประกอบ เช่น หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันจากบริษัทประกัน ซึ่งควรเก็บไว้ให้ครบถ้วนสำหรับการยื่นภาษีและกรณีถูกตรวจสอบภายหลัง

สรุป

การวางแผนลดหย่อนภาษีด้วยเบี้ยประกันควรเริ่มจากความต้องการความคุ้มครองจริงเป็นหลัก แล้วจึงพิจารณาผลประโยชน์ทางภาษีเป็นส่วนเสริม เพราะเพดานและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี การตรวจสอบข้อมูลปีปัจจุบันจากกรมสรรพากรหรือปรึกษาตัวแทนก่อนตัดสินใจ จึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม

หากต้องการดูว่าใช้สิทธิ์ลดหย่อนไปแล้วเท่าไหร่และยังวางแผนเพิ่มได้อีกแค่ไหน ดูรายละเอียดที่หน้าวางแผนลดหย่อนภาษี หรือติดต่อเราเพื่อขอตรวจสอบสิทธิ์ที่เหลือของคุณ